ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ
royal hill อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกของ เบอร์บาตอฟ กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไม่สวยหรูอย่างที่คิดเนื่องจากเขาทำได้แค่ 16 ประตูในการลงสนาม 67 นัดแรก โดยกว่าที่จะกลายเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของเลเวอร์คูเซ่น ก็ต้องรอจนกระทั่งฤดูกาล 2003-04 ที่เขากดไป 16 ประตู ก่อนจะพ่ายให้กับ เซบีย่า ที่กลายเป็นแชมป์ในเวลาต่อมา เบอร์บาตอฟ จบฤดูกาลแรกกับ สเปอร์ส ด้วยการทำ 12 ประตูในการลงสนามในพรีเมียร์ลีก 33 นัด และช่วยผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูอีก 11 ลูก และฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นดังกล่าวก็ทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของทีมไก่เดือยทองด้วยแต่ความพยายามที่จะดึงตัวดาวยิงบัลแกเรียน มาร่วมทีมอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ เชลซี ทีมเจ้าบุญทุ่มของเมืองผู้ดี ก็พร้อมที่จะประเคนเงินก้อนโตให้ สเปอร์ส ยอมใจอ่อนเช่นกัน เรื่องราวการย้ายทีมยังมีอย่างไม่ลดละ เบอร์บาตอฟก็ได้แสดงออกอย่างชัดเจนในการยย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงขั้นเซ็นชื่อในเสื้อของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และในที่สุดเขาก็ได้ย้ายมาร่วมทีมกับ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 30.75 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 1,968 ล้านบาท)ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ ศูนย์หน้าตัวเป้า ที่สมบูรณ์แบบ และแสนภาคภูมิ เปี่ยมไปด้วยความสามารถ และสัญชาติญาณการล่าตาข่ายที่ดุดัน เซอร์ อเล็กซ์ยอมรับว่าชื่นชอบนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ อีกทั้งสไตล์การเล่นแบบบัลแกเรียนที่โดนเด่น ใกล้เคียงบุรุษในตำนานอย่าง เอริค คันโตน่า เบอร์บาตอฟจึงได้กลายมาเป็นหนุ่มบัลแกเรียน ชุดแดงขวัญใจแฟนๆ ยูไนเต็ด ในแนวรุกเคียงคู่เวย์น รูนี่ย์, คาร์ลอส เตเบซ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้นอกจากความโดนเด่นในระดับสโมสรแล้ว เบอร์บาตอฟยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ บัลแกเรีย สร้างผลงานจนได้รับเสนอชื่อเข้ารับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ในปี 2002, 2004 2005 และ 2007 ตัวแดงในสมุดพกของดิมิตาร์ เบอร์มาตอฟ มีแค่ครั้งที่เขาสังกัดอยู่ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งเขี่ยแมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เดือนเมษายน ปี 2002 โดยเขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมนีroyal hill
